เพลงเรือลดอุบัติเหตุ

แดดยามเช้าของวันที่ 12 เมษายนสาดกระจายไปทั่วบริเวณตลาดพลาซ่า ผมรีบเร่งฝีเท้าเดินตามขบวนเด็กๆ ที่นำหน้าไปแล้วหลายก้าว แถวหน้าสุดเลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานลอยหน้าหอนาฬิกาไปเมื่อสักครู่

”ถูกแล้วแล จริงแล้วแล....” ทามกลางเสียงจอแจของตลาดสดและการจราจรที่เริ่มพลุกพล่านทั้งสองฟากถนน แว่วเสียงลูกคู่เพลงเรือร้องรับมาไกลๆ ผมแทรกตัวผ่านริ้วขบวน ฉีกตัวเองออกด้านข้าง เลียบริมฟุตบาต เดินตามตากล้องของช่อง 9 ที่ตามมาทำข่าว ไปยืนหน้าขบวนใกล้ตำรวจที่มาช่วยอำนวยความสะดวก เก็บภาพเด็กหญิงในชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลที่ทำหน้าที่ลูกคู่กำลังเปล่งเสียงร้องออกจากลำคอ พร้อมๆกับที่เท้าข้างหนึ่งซึ่งพันผ้าก็อตไว้เดินโขยกเขยก ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่ามีไม้เท้าพยุงกายอยู่ในมืออีกข้าง เธอรีบจ้ำผ่านถนนตรงสามแยก ก่อนที่จะเดินตัดเข้าตลาดชีกิมหยง

แถวหน้าสุดของขบวน เด็กชายร่างกะทัดรัดเปลือยท่อนบนนุ่งผ้าจูงกะเบนสีแดงสด บนหัวครอบหมวกสีดำมีเขาสีแดงยื่นออกมาทั้งสองข้าง ในมือเขาถือสามง่าม เดินนำลูกหมู่ที่อยู่ในวัยเดียวกันอีก 6-7 คน มองเห็นเด็กที่แต่งเป็นพญายมอีกคนที่เดินตามมานั้นอ้วนใหญ่กว่าคนอื่น เด็กๆ แต่ละคนล้วนเปลือยร่างท่อนบน ตามตัวมีริ้วเส้นสีที่บรรจงใช้สีโปสเตอร์ขีดเขี่ยจนเปรอะเลอะ ขณะเดียวกันก็มีข้อความรณรงค์เมาไม่ขับประทับแตะแต้มอยู่ตามแผ่นหลัง

ถัดจากกลุ่มยมบาลนั้นเป็นกลุ่มผู้ป่วย ถัดมาอีกเป็นกลุ่มเด็กหนุ่มเด็กสาวแต่งกายในชุดพื้นบ้านรับเทศกาลสงกรานต์ ช่วยกันถือป้ายผ้า บางคนแบกไม้พายเรือ

”ขับมอเตอร์ไซด์ เปิดไฟง่ายง่าย...” ต้นเสียงร้องกลอนเพลงเรือดังมาจากเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง สวมเสื้อสีแดงสดแขนสั้นลายดอก “คนขับทั้งหลาย จำไว้ให้ดี...” สำเนียงคำท้องถิ่นภาษา”ใต้” ชัดถ้อยชัดคำที่ดังผ่านลำโพงขยายเสียงเครื่องเล็กในมือของคุณครูที่ตามมาช่วยดูแลเด็กๆ เรียกความสนใจของพ่อค้าแม่ค้าและคนที่สัญจรไปมาบนท้องถนนได้มาก และสามารถสร้างรอยยิ้มเล็กๆให้ผุดขึ้นที่มุมปากของผู้พบเห็นริ้วขบวนได้ไม่ยาก

พวกเขามาหยุดรวมตัวกันที่หน้าห้างเซ็นทรัลชั่วครู่ ริ้วขบวนรณรงค์มีเด็กๆราวๆ 50 คน มีภารกิจจะต้องรณรงค์ลดอุบัติเหตุในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ทั้งวัน เป็นหนึ่งในกิจกรรมของโครงการพัฒนาเครือข่ายเพลงเรือ ลดอุบัติเหตุนักเรียนจังหวัดสงขลา ที่ต้องการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการลดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นปัญหาหนักอกที่กำลังคุกคามสุขภาวะของคนสงขลาทั้งจังหวัด

การร้องเพลงเรือไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนักเรียนและโรงเรียนบางกล่ำวิทยาฯ ที่มีฐานจากการมีหลักสูตรท้องถิ่นเรื่องเพลงเรือของโรงเรียน ผู้บริหารของโรงเรียนเองก็มีนโยบายสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมดีๆให้กับเด็กๆและชักชวนเหล่าคณะศิลปินพื้นบ้านของจังหวัดสงขลา โดยการนำของหนังนครินทร์ ชาทอง ผู้รับผิดชอบโครงการเข้ามาช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็กๆอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผมที่มีต่อกิจกรรมนี้คงไม่ใช่ข้อความรณรงค์ลดอุบัติเหตุบนป้ายผ้า อาทิ “ขับมอเตอร์ไซด์ไม่ซ้อนสาม” “สมองไม่ไหลเปิดไฟใส่หมวก” หรือแต่งกายเลียนแบบพญายมบาลมากระตุ้นเตือนสติผู้คนเท่ากับการนำเพลงเรือมาประยุกต์เข้ากับกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุเป็นแน่

เพลงเรือแหลมโพธิ์จัดเป็นเพลงพื้นบ้านของจังหวัดสงขลา ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว มีพื้นที่การเล่นอยู่บริเวณรอบลุ่มทะเลสาบสงขลามานับร้อยปี เพลงเรือแหลมโพธิ์ปกติจะมีเนื้อหาที่บันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม โดยเฉพาะสังคมท้องถิ่นเอาไว้เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ทั้งข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ทัศนะ และอารมณ์ขัน ทำให้มองเห็นภาพชีวิตของชาวบ้านผู้เป็นเจ้าของวัฒนธรรมพื้นบ้านชนิดนี้ได้ดี

แต่เดิมชาวบ้านในพื้นที่เรียกเพลงเรือแหลมโพธิ์ต่าง ๆ กัน เช่น เพลงเรือบ้าง เพลงยาวบ้าง เพลงร้องเรือบ้าง ในบรรดาคำเหล่านั้น คำว่า “เพลงยาว” ดูเหมือนจะเป็นคำที่ใช้มาเก่าแก่ที่สุด อย่างไรก็ดีคำว่าเพลงยาวอาจทำให้เข้าใจถึงกลอนเพลงยาว เพลงร้องเรืออาจทำให้เข้าใจว่าเป็นเพลงร้องเรือ ซึ่งหมายถึงเพลงกล่อมเด็กที่เรียกกันเกือบทั่วไปในภาคใต้ คำว่าเพลงเรือแหลมโพธิ์จึงน่าจะเป็นชื่อที่เหมาะสมมากที่สุด เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป

เพลงเรือแหลมโพธิ์ยังไม่มีใครยืนยันว่ามีกำเนิดมาอย่างไร แต่เชื่อกันว่าการชักพระทางน้ำเป็นต้นกำเนิดของการเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์ โดยความศรัทธาในการชักลากเรือพระไปตามล้ำน้ำลำคลองออกทะเลสาบ เพื่อไปยังบริเวณแหลมโพธิ์นั้นต่างต้องอาศัยความพร้อมเพรียงในการพายเรือชักลากทั้งสิ้น ฝีพายที่มีศรัทธาและอารมณ์ร่วมกันนั้นอาจกล่าวคำอะไรออกมา เพื่อเป็นต้นเสียงให้เกิดพลังความพร้อมเพรียงในการพายเรือขึ้นก่อน เมื่อต้นเสียงร้องขึ้นฝีพายทั้งหมดก็จะร้องรับต่อ ๆ กันทำให้สมรรถนะในการพายเรือให้ถึงจุดหมายเร็วขึ้น จากนั้นการร้องรับดังกล่าวได้พัฒนาขึ้นตามลำดับ มีเนื้อหาสาระกว้างขวางขึ้น ความยาวมากขึ้น จึงพัฒนามาเป็นเพลงที่แต่งไว้ก่อนอย่างในปัจจุบัน

เพลงเรือแหลมโพธิ์ ปัจจุบันแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ 2 ประเภท คือ

เพลงเรือบก คือเพลงเรือขนาดสั้นประมาณ 1 – 5 วรรค ซึ่งเดิมอาจจะมีความยาวมากกว่านั้นก็ได้ เพราะคำว่า บก แปลว่า ลด หรือ พร่อง

เพลงเรือยาว คือ เพลงที่มีความยาวมากกว่าเพลงเรือบก เพลงเรือยาวบางเพลงมีความยาวมากว่า 100 วรรค เพลงเรือยาวบางเพลงมีการแสดงประกอบ ที่เรียกว่า “แฟนซี” จึงเรียกว่าเพลงเรือยาวแฟนซี

เพลงเรือแหลมโพธิ์เล่นได้ทั้งในน้ำและบนบก คือนอกจากจะใช้ร้องในเรือเพื่อชักลากเรือพระแล้วยังขึ้นมาเล่นต่อบนบกได้อีกด้วย โดยคณะที่เล่นจะนิยมแบกไม้พายเรือ จนเป็นสัญลักษณ์ของคณะเพลงเรือแหลมโพธิ์ไปในที่สุด คณะเพลงเรือเล่นโดยไม่มีเครื่องดนตรีประกอบ ไม่มีแม้แต่เสียงปรบมือให้จังหวะ กลอนที่ใช้ร้องเพลงเรือจะมีลักษณะเป็นกลอนสี่เช่นเดียวกับกลอนสี่หนังตะลุงหรือกลอนสี่โนรา

ผู้เล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์คณะหนึ่ง ๆ ประกอบด้วย แม่เพลง 1 คน กับลูกคู่ไม่จำกัดจำนวน โดยแม่เพลงจะร้องนำทีละวรรค ลูกคู่จะรับตามเนื้อหาของแม่เพลงและคำรับที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อเพลงหรือคำอื่นตามสถานการณ์ที่ได้ตกลงกัน ในขณะที่การแต่งกายประกอบที่เรียกว่าแฟนซีของลูกคู่ มีการปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่นำเสนอ เป็นอีกสีสันหนึ่งที่จะดึงดูดความสนใจของผู้ชม

สากล พัสระ และสุชาวดี ไชยภูมิ นักเรียนชั้น ม. 6 ในฐานะพี่ใหญ่และแม่เพลง นำขบวนของเด็กๆที่มาจากต่างสถาบัน อันได้แก่ โรงเรียนบางกล่ำวิทยารัชมังคลาภิเษก โรงเรียนบ้านบางกล่ำ โรงเรียนวัดบางหยี และศูนย์ฝึกศิลปินพื้นบ้านอำเภอบางกล่ำ สากลและสุชาวดีเล่าว่าทั้งคู่เริ่มหัดร้องเพลงเรือเมื่อครั้งเรียนชั้น ม.3 โดยการชักชวนของคุณครูนวลศรี ถนอมศรีมงคล โรงเรียนบางกล่ำวิทยารัชมังคลาภิเษก ที่ริเริ่มนำเพลงเรือมาสอนในโรงเรียน แม้ว่าพวกเขาเองจะไม่เคยได้ยินเพลงเรือมาก่อน ทว่าความเรียบง่ายของเพลงและความสามารถที่มีกลับฉายแวว เลื่อนขั้นจากลูกคู่ที่มีหน้าที่ร้องรับพวกเขาขยับขึ้นมาเป็นแม่เพลงได้ไม่ยาก

ที่ผ่านมา ทั้งคู่ร่วมกิจกรรมนำเพลงเรือไปประยุกต์ใช้กับการรณรงค์ไข้เลือดออก ต้านยาเสพติด งานกาชาด และลดอุบัติเหตุที่เป็นงานใหญ่ที่สุด ก่อนมาร่วมรณรงค์ในครั้งนี้ ทั้งคู่ได้รับการอบรมให้ความรู้เรื่องกฎจราจรจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และร่วมกิจกรรมค้นหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุเพื่อนำมาสร้างสรรค์เนื้อเพลงสำหรับใช้ในการรณรงค์ สากลเชื่อว่า เพลงเรือเป็นสื่อที่มีพลัง สามารถกระตุ้นจิตสำนึกของผู้คนให้หันมาตระหนักและมีสติในการใช้ชีวิต

“ปัญหาอุบัติเหตุในหมู่วัยรุ่นเกิดจากความสนุกสนาน รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และประมาท” สากลกล่าวถึงต้นเหตุ “การแก้ไขขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคน โดยที่ไม่ต้องมาใครมาบอก”

สากลเห็นว่าการนำเพลงเรือมาใช้รณรงค์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะสะกิดใจให้เกิดสำนึก

“เพลงเรือมาเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุได้อย่างไร จริงๆแล้วช่วยได้มาก เพลงคนจะจำได้ง่าย ฟังแล้วเกิดความตระหนัก เตือนใจ ให้เกิดสติ โดยเฉพาะเพลงเรือที่เกี่ยวกับวิถีชีวิต ผู้มาร่วมกิจกรรมก็ได้ทั้งเรียนรู้วิถีชีวิตดั้งเดิมและเป็นสื่อกระตุ้นให้คนได้ตระหนักถึงเรื่องการลดอุบัติเหตุ”

สงกรานต์ปีนี้ จังหวัดสงขลาทำสถิติมีผู้เสียชีวิตในช่วง 5 วันแรกเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ นับเป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดีนัก การติดอันดับ 10 จังหวัดแรกที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจึงเป็นเครื่องเตือนสติว่าปัญหาอุบัติเหตุไม่อาจแก้ไขได้ง่ายนัก

การนำเพลงเรือมาปรับใช้รณรงค์ลดอุบัติเหตุ อาจเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่จะมาสอดรับกับมาตรการของจังหวัดที่ส่วนใหญ่ให้น้ำหนักไปยังการตั้งด่านตรวจจับ หรือแก้ไขจุดบกพร่องในการใช้รถบนถนน โดยปรับการรณรงค์ให้สอดคล้องกับวิถีของท้องถิ่น การนำเอกลักษณ์ประเพณีที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอยู่แล้ว นำมาประยุกต์ใช้ให้สอดรับกับวิถีสมัยใหม่ นอกจากจะช่วยแบ่งเบาภารกิจของตำรวจจราจรที่ทำงานหนัก ทั้งดูแลการทำกิจกรรม การตั้งด่านตรวจจับ และทำหน้าที่ตามปกติ ยังสร้างจิตสำนึกลดและป้องกันอุบัติเหตุแล้ว และเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านที่นับวันจะมีลมหายใจโรยราอีกด้วย

สถิติการเกิดอุบัติเหตุของประเทศไทยเราติดอับดับโลกอยู่ในอันดับที่ 6 นี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าชื่นชมยินดี

การสร้างการเรียนรู้ถึงความรุนแรงเสียหายอันเกิดจากผลกระทบที่สาหัสต่อชีวิตและครอบครัวจากอุบัติเหตุ นำพาเด็กเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ถึงอันตรายและความรุนแรงจากอุบัติเหตุจึงเป็นกลวิธีที่ทำให้เด็กเกิดความรู้สึกเข้าใจและนำไปสู่ความตระหนักระลึกถึงความเสี่ยงภัยและสูญเสียจากอุบัติเหตุบนถนน

(ตัวอย่างเพลง) เพลงเรือ เปิดไฟใส่หมวก

คำรับ เปิดต้าน้อง ใส่ต้าน้อง คำร้อง นางสาวนวลศรี ถนอมศรีมงคล

ขอเตือนพี่น้องพวกพ้องทั้งหมด
ผู้ที่ใช้รถเพื่อหมดอันตราย
ขับมอเตอร์ไซด์เปิดไฟง่ายง่าย
คนขับทั้งหลายจำไว้ให้ดี
ไปคล่องสะดวกสวมหมวกทันที
พกใบขับขี่โชคดีตลอดทาง
ท่านจะบายใจปลอดภัยทุกอย่าง
บนเส้นเดินทางวางใจได้จริง
ขอร้องเพื่อนเพื่อนฝากเตือนชายหญิง
ทำได้ดียิ่งชมจริงจากใจ