
น้ำท่วมหาดใหญ่

น้ำท่วมหาดใหญ่ปีล่าสุด ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2548 ก่อนน้ำทะลักเข้าเมืองผมประชุมอยู่ที่ร้านอาหารล็อกเทอร์เรส ร่วมกับเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดนครศรีธรรมราชและดร.วณี ปิ่นประทีบ ผู้จัดการโครงการจากสสส.ส่วนกลาง เพื่อหาแนวทางทำงานระดับภาค เย็นวันนั้นเรารีบหาข้อสรุปเพราะรู้ดีว่าสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มไม่น่าไว้วางใจ
ท้องฟ้าด้านนอกห้องประชุมมืดครึ้มมาตั้งแต่เช้า ขณะที่สายฝนโปรยเม็ดเบาบางลงมาตลอดวัน สภาพการณ์ส่อเค้าไม่สู้จะดีนัก
รายงานสภาพอากาศบอกไว้หลายวันก่อนแล้วว่ามีพายุ ให้พวกเราระมัดระวังจะเกิดน้ำท่วมขึ้นได้ ให้ประชาชนทั้งในเขตและนอกเขตเทศบาลเตรียมตัวเฝ้าระวังและติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เราเองแม้ลึกๆจะเชื่อว่าจะเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ 12 ปีต่อ 1 ครั้ง ทว่าธรรมชาติที่แปรเปลี่ยนจะทำให้มั่นใจได้อย่างไร
การเว้นวรรคน้ำท่วมมาหลายปีนั่นมิได้หมายความว่าน้ำจะไม่ท่วมอีก
เพราะฉะนั้นทางผู้บริหารเทศบาลรู้แล้วจึงไม่ได้นิ่งนอนใจเตรียมรับมือเต็มที่ ผมเห็นสัญญาณธงสีเหลืองได้โบกสะบัดพริ้วขึ้นทุกจุดเตือนภัย มาครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมมองลงไปจากหน้าต่างห้องประชุม นึกหวั่นๆอยู่ในใจเมื่อแลเห็นน้ำในคลองอู่ตะเภาที่ทอดตัวคดโค้งแผ่กว้างอยู่เบื้องหน้า บัดนี้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านชั้นเดียวที่สร้างชิดตลิ่งแลเห็นอยู่แต่ไกล และไม่มีวี่แววว่าน้ำจะลดลงได้
ผมลงมาข้างล่าง ทีมงานที่อาสาไปดูสถานการณ์บอกว่าเวลานี้มีทหารจากกองพัน 56 มาช่วยดูแลความเรียบร้อยอยู่ตรงริมตลิ่ง ยิ่งทำให้เพิ่มความกังวลใจมากขึ้นไปอีก
น้ำในคลองอู่ตะเภาไหลเอ่อจะถึงตลิ่งอยู่รอมร่อ...
เราแยกย้ายกันคนละทาง ทีมงานนครฯขึ้นรถตู้ไปแล้ว ผมรีบบึ่งรถกลับบ้าน ขณะอยู่ในรถก็เปิดวิทยุฟังข่าวไปด้วย เท่าที่ประมวลผลได้จากบรรดาอาสาสมัครโทรมารายงานปรากฏว่าน้ำจากสะเดาที่ฝนตกหนักล่วงหน้ามาหลายวันแล้วกำลังไหลบ่าลงมา อีกไม่ช้าคงจะมาถึงหาดใหญ่ เป็นอันเชื่อได้ว่าน้ำท่วมแน่ ประชาชนทั่วไปแม้นจะอุ่นใจว่าการแก้ปัญหาของทางการมีคลองระบายน้ำสายที่ 1 รองรับแต่การขุดเจาะยังเปิดทะลุไปไม่ถึงปากทะเลสาบ และเมื่อเปิดประตูระบายน้ำรับน้ำจากคลองอู่ตะเภาทำให้ปริมาณน้ำในคลองขุดใหม่ทะลักจนเกือบจะล้นตลิ่ง ตอนที่เราขับรถกลับมาก็เห็นน้ำอัดแน่นอยู่ใต้เชิงสะพาน
และแล้วในที่สุดน้ำจากคลอง ร. 1 ก็ไหลออกมาจากท่อระบายน้ำเริ่มท่วมขังเขตเทศบาลควนลัง ชุมชนเทศาพัฒนา หมู่บ้านลัดดา เนื่องจากอยู่ในที่ต่ำกว่า ขณะที่น้ำในคลองอู่ตะเภาเพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าผู้สื่อข่าวรายงานว่าน้ำเริ่มท่วมในเขตสะเดา คลองแงะ
ผมเฝ้าดูสถานการณ์อยู่ที่บ้านเช่าหมู่บ้านไทยสมุทร รู้ว่าทางเทศบาลนครหาดใหญ่กับทหารช่วยกันทำกั้นน้ำเพิ่มเติม ณ ร้านอาหารล็อกเทอร์เรส บางหัก พวกเขาพยายามไม่ให้น้ำจากคลองอู่ตะเภาไหลเข้าสู่เมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ไข่แดง แต่ก็ทำได้เพียงร่นเวลาไม่ให้น้ำทะลักเข้าเมืองเร็วขึ้น และไม่สามารถกันน้ำไว้ได้ มิหนำซ้ำในช่วงกลางคืนมีน้ำไหลย้อนออกมาจากท่อ ณ สำนักงานประปาเก่า
ที่เลวร้ายมากกว่านั้นก็คือว่า ช่วงดึกมีน้ำฝนปริมาณมากตกลงมาในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ทำให้น้ำท่วมขังในช่วงเช้าในเขตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะช่วงถนนนิพัทธุ์อุทิศ 1,2 และ 3 รวมถึงถนนใกล้เคียง นั่นเป็นเหตุที่ไม่คาดฝัน เพราะความที่ประชาชนเกือบทั้งหมดมั่นใจว่าทางเทศบาลสามารถรับมือน้ำท่วมได้ทำให้ทุกคนชะล่าใจ ไม่มีใครเก็บข้าวของเตรียมรับภัย ดังนั้น เมื่อฝนเทกระหน่ำลงมามาก ทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังทันที ขณะที่น้ำในคลองอู่ตะเภาเพิ่มปริมาณจนเกือบล้นคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะฝั่งซ้ายที่ต่ำกว่าฝั่งขวา 50 เซนต์ น้ำอัดย้อนท่อระบายน้ำออกมาไหลเข้าท่วมเขตควนลัง บางแฟบ ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก
รุ่งขึ้น ผมลุกตื่นตั้งแต่เช้ามืด เพราะว่าน้ำท่วมขังเอ่อล้นมาเกือบเข้าประตูบ้าน ถนนในหมู่บ้านไทยสมุทรลดระดับไล่ความสูงจากท้ายหมู่บ้านมาถึงบริเวณด้านหน้าปากทางเข้าที่ผมอยู่ น้ำไหลทะลักมารวมกันอยู่บนถนนหน้าบ้านเช่าของผมพอดี เจ้าของบ้านเช่าเห็นท่าไม่ดี บอกผมให้เอารถออกไปจอดที่สนามหญ้ากลางหมู่บ้านที่อยู่ในที่สูง
ผมเดินลุยน้ำออกมาดูด้านนอกตรงถนนใหญ่ ตรงมุมนั้นมองไปหน้าปากซอย ท้องฟ้ายามเช้ามืดครึ้ม แสงแรกเพิ่งแย้มเยือนขอบฟ้า มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าส่องสว่างนำสายตา มองเห็นท้องทุ่งโล่งที่มีสายน้ำท่วมขังเป็นสีขาวมัวสะท้อนอยู่ในเงามืด
อีก 2 ชั่วโมงต่อมา น้ำที่ท่วมขังหน้าหมู่บ้านก็ลดระดับลงเข้าสู่ภาวะปกติ ถนนเพชรเกษมและในหมู่บ้านเปิดสัญจรได้บางส่วน พอจะเดาได้ไม่ยากว่าน้ำท่วมขังในหลายๆพื้นที่ ผมเดินออกไปดูตรงสะพานเมตตา น้ำในคลองร.1 ไหลทะลักท่วมบริเวณที่ลุ่มใกล้ๆกับตลาดเกษตรเก่า ผมเดินข้ามสะพานไปยืนอยู่บนเกาะกลาง บริเวณวัดหาดใหญ่ใน ชุมชนเทศาพัฒนาหลังธนาคารกสิกรไทยน้ำท่วมขังแล้ว น้ำล้นทะลักออกมาท่วมถนน บริเวณนั้นรถเริ่มสัญจรไม่ได้
พอจะมั่นใจว่าในหมู่บ้านปลอดภัยแน่นอนแล้ว ผมบึ่งรถออกไปสำรวจที่ถนนเอเซีย วนไปด้านหลังหมู่บ้าน ตรงสำนักงานชลประทาน ยังทันได้เห็นน้ำปริ่มถนน บางช่วงก็มีน้ำท่วมขัง น้ำจากสะเดาไหลบ่าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง คลองอู่ตะเภารับน้ำได้ไม่หมดน้ำทะลักล้นออกมาท่วมท้นรอบข้าง ผมมาถึงหน้าชลประทานอยากจะเข้าไปดูน้ำในคลอง ร. 1 จู่ๆฝนก็เทกระหน่ำลงมาอีก ถนนตรงทางเข้าสำนักงานชลประทาน น้ำกัดเซาะเห็นร่องรอยความเสียหายถนัดตา
ผมไปต่อไม่ได้แล้ว ทางกลับรถใต้สะพานลอยน้ำท่วมขังจนไม่กล้าเสี่ยงพารถลุยต่อไป ผมตัดสินใจขึ้นสะพานลอยไปหาที่กลับรถข้างหน้า กว่าจะกลับบ้านเช่ามาได้ก็เล่นเอาเหนื่อยใจไปเหมือนกัน
นั่งๆนอนๆฟังข่าวได้สักพักก็นึกเบื่อๆ เกิดความคิดขึ้นมาว่าน่าจะออกไปเก็บภาพน้ำท่วมครั้งนี้ไว้ รวดเร็วเท่าความคิด ผมคว้ากล้องดิจิตอลได้ชวนภรรยาและลูกนั่งรถออกไป ใจนั้นคิดว่าจะเก็บภาพน้ำท่วมมาลงในเว็บไซต์ให้ได้ทันสถานการณ์ ผมขับรถอ้อมถนนลพบุรีราเมศวร์ เลี้ยวเข้าทางไปบิ๊กซี มุ่งหน้าเข้าเมืองหาดใหญ่ที่ได้ข่าวว่าน้ำลดลงแล้ว
ผมเลี้ยวเข้าวงเวียนน้ำพุ มุ่งหน้าเข้าหาดใหญ่ใน ผมไม่กล้าเสี่ยงไปทางอุโมงค์เพราะรู้ว่าน้ำท่วมหนัก เข้าไปไม่ได้แน่ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถนนเพชรเกษมที่จะไปข้างหน้านั้นปริมาณน้ำมากน้อยเพียงใด ถนนใจกลางเมืองน้ำยังท่วมขัง เราขึ้นสะพานข้ามไปหาดใหญ่ใน ถนนราษฎร์อุทิศเข้าไปไม่ได้แล้ว หาดใหญ่ในตรงบริเวณหน้าอำเภอก็เข้าไปไม่ได้ น้ำสูงเลยระดับหน้าแข้ง ตรงสี่แยกสะพานดำรถยนต์ยังพอเคลื่อนผ่านไปได้ ไม่มีทางเลือก เส้นทางบังคับให้ต้องเลี้ยวเข้าเขตแปด
น้ำบนถนนเพิ่มระดับความสูงขึ้นเรื่อยๆ บางซอยเห็นแต่ผิวน้ำสีโคลนข้นแผ่ระลอกไหวกระเพื่อมดูน่ากลัว ผมใจคอเริ่มไม่ดีแล้ว ฝนหยุดพักเว้นช่วง มองไปจากในรถ สุดถนนเห็นแต่สายน้ำแผ่ตัวกว้าง มองไปที่ใดมีแต่น้ำท่วมขัง รถเริ่มแล่นได้ช้าลง ยิ่งเข้าไปลึกมากเข้าน้ำยิ่งเพิ่มระดับความสูงจนเกือบท่วมมิดล้อ นึกหวั่นหวาดว่าขืนไปต่อ น้ำทะลักเข้ารถเครื่องยนต์ดับละก็มีหวังแย่แน่ ผมเห็นท่าไม่ดี มาถึงเกือบกลางถนนใกล้ร้านค้าส่งผมหักพวงมาลัยเลี้ยวขึ้นไปซอยข้างๆ ที่น้ำยังท่วมไม่ถึง
ทว่าเข้าไปถึงก้นซอยเป็นซอยตันไปต่อไม่ได้ ทำไงดีล่ะ เรามองหน้ากัน ผมเริ่มโทษตัวเองที่ตัดสินใจเสี่ยงมาไม่เข้าท่า ไม่รู้ว่าจะดั้นด้นเข้ามาให้เดือดร้อนทำไม ชาวบ้านที่ยืนอยู่บอกผมว่าให้จอดรถทิ้งไว้เถอะ ไปต่อไม่ได้แล้ว
ผมตัดสินใจถอยหลังกลับ ตั้งลำจดจ่ออยู่ตรงปากซอย น้ำกระเพื่อมเข้ากระแทกผิวฟุตบาธ ใจเต้นระทึกขณะที่เข้าเกียร์พารถตะบึงฝ่าสายน้ำ ภาวนาไปว่าขอให้เครื่องยนต์อย่าได้เป็นอะไรไประหว่างทาง เราขับย้อนศรไปตามเส้นทางเดิม เวลานี้ผิวถนนมองไม่เห็นแล้ว น้ำท่วมพ้นเกาะกลาง สายน้ำซัดเข้าปะทะเมื่อสวนทางกับรถปิดอัพ รถแล่นได้อืดเอื่อย หลายครั้งที่เครื่องทำท่ากระตุก หรือไม่ก็ต้องชะลอความเร็วเพราะไม่รู้ว่าตรงหน้ามีอะไรกีดขวาง กว่าจะมาถึงสะพานลอยได้ก็เล่นเอาหัวใจแทบวาย
ย้อนเส้นทางขามา กลับมาถึงบ้านเช่า ผมกับองค์กรพัฒนาเอกชนที่อยู่ใกล้ๆ รวมตัวกันเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เราช่วยกันระดมทรัพยากรเท่าที่จะหาได้ ซื้อบะหมี่สำเร็จรูป ปลากระป๋อง ข้าวสารอาหารแห้ง น้ำ ยา ออกไปแจกจ่ายให้ความช่วยเหลือผู้เดือดร้อนตลอดสัปดาห์ ในช่วงเว้นวรรคพักจากงาน ผมพยายามบันทึกเหตุการณ์น้ำท่วมเอาไว้ได้มากที่สุด
สถานการณ์น้ำท่วม วันที่ 18 ธันวาคม 2548
- เวลา 21.00 น. สภาพการณ์ทั่วไปยังมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ความเดือดร้อนเท่าที่ประมวลได้จาก รายการวิทยุของ FM 88.00 MHz พบว่าชาวบ้านหมู่ 2 คลองแหต้องการให้ตัดไฟ เพราะระดับน้ำสูงมาก เกรงว่าจะเป็นอันตราย ชาวบ้านซอย 7 รัตนอุทิศก็ต้องการให้ตัดไฟ
- เขตอำเภอหาดใหญ่ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจเป็นพื้นที่ไข่แดงน้ำลดลงสู่ภาวะปกติแล้วตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ มีการเรียกร้องให้รวมพลังไปช่วยเหลือผู้อื่นที่ยังเดือดร้อนโดยเฉพาะเขตรอบนอกอำเภอหาดใหญ่
- บนถนนลพบุรีราเมศร์ไม่มีน้ำท่วมขังแล้ว มีแต่สองข้างทาง ถนนสายเอเชียหาดใหญ่ ปัตตานีมีปัญหาบางช่วงรถเล็กผ่านไม่ได้
- โรงเรียนทิพรัตน์วิทยาคารใกล้วัดโคกสมานคุณ น้ำสูงประมาณ 1 เมตร ต้องการแรงงานขนย้ายอุปกรณ์ข้าวของในโรงเรียน
- ร้านอาหารต๋อมลาบเป็ด สี่แยกสัจจกุล น้ำขึ้นเร็วมาก ต้องการความช่วยเหลือ
- ชาวบ้านในซอยสันติราษฎร์ตรงข้ามอำเภอหาดใหญ่ ต้องการให้ตัดไฟ
- ซอย 41 เพชรเกษม ติดกับคลอง ร. 1 บริเวณมัสยิดน้ำสูงเกือบถึงคอ ไฟฟ้าถูกตัด ไม่มีเทียน ประชาชนเดินทางออกมาไม่ได้
- ต้องการเรือสำหรับอำนวยความสะดวก
- ชาวบ้านคนหนึ่งล้มลงสลบ อยู่ในบ้านหลังร้านต๋อมลาบเป็ด สะพานสัจจกุล ต้องการเรือไปนำผู้ป่วยออกมา พร้อมกับนม ข้าวสาร อาหารแห้ง (ต่อมา มีรถโฟล์วีลมารับไปแล้ว)
- มีชาวบ้านติดอยู่ที่หมู่บ้านสงขลาลากูนาออกมาไม่ได้ กำลังขาดข้าวสารอาหารแห้ง
- ที่อุโมงค์ข้ามทางรถไฟระดับน้ำสูง 5 เมตร
- มีคุณป้าพิการขาหักข้างหนึ่ง กับลูกหมาตัวหนึ่ง ติดอยู่ในบ้านละแวกรัตนอุทิศ ต้องการอาหาร
- มีวัยรุ่นและผู้ใหญ่ราวๆ 20 คนกำลังทำลายร้านเซเว่นอีเลฟเว่นตรงปั้ม ปตท.เขต 8 เพื่อเข้าไปขโมยของในร้าน
- ถนนสาครมงคล 2 หลังโซตัส น้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร
- รายงานสภาพอากาศในพื้นที่มีฝนตกอยู่บ้างประปราย ฝนขยับตัวไปเข้าสู่พื้นที่ อ.รัตภูมิ จ.ตรัง จ.พัทลุงและจ.สตูล หากดูจากภาพดาวเทียมกลุ่มเมฆจางไปพอสมควร แต่ฝนจะยังมีเข้ามาอีก จะทิ้งช่วงไป 2-3 ชั่วโมง
- สำหรับกลุ่มฝนใกล้รุ่งจะเข้ามาอีก ทางเทพาก็มีกลุ่มฝนเข้ามา ลักษณะเป็นฝนกลุ่มเล็กๆ มีปริมาณไม่มากนัก
- ปริมาณฝนที่ตกในช่วงเย็นของวันมีปริมาณมากที่สุดเพียง 30 มม.
- ต้นทางโชคสมาน น้ำลึกเกือบ 1 เมตรแล้ว
- เทศาพัฒนา หาดใหญ่ใน ตลาดพ่อพรหม น้ำขึ้นถึงระดับหน้าอก ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ
- ที่บางหักน้ำกำลังไหลบ่าเข้ามา
- น้ำที่สะเดา น้ำทรงตัวไม่ได้เพิ่มขึ้น
สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ วันที่ 19 ธันวาคม 2548
- เวลา 9.00 น. น้ำทั่วไปจากต้นน้ำเริ่มลดและทรงตัว แต่ปริมาณน้ำสะสมยังอยู่ในจุดวิกฤต สูงกว่าคันกั้นน้ำ ทำให้น้ำทะลักเข้าสู่เมืองหาดใหญ่และใกล้เคียงเรื่อยๆ
- คลองแหน้ำกำลังขึ้น
- มีผู้เสียชีวิตที่อ.สะบ้าย้อย 5 คนจากสาเหตุดินโคลนถล่ม
- เขตสทิงพระ อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบตรงกึ่งกลางรับน้ำจากทั้งหาดใหญ่ พัทลุง เริ่มขาดน้ำ วัวไม่มีหญ้ากิน
- มีการก่อเหตุขโมยล้อรถที่จอดหนีน้ำในบางจุด มีการทุบทำลายร้านเซเว่นอีเลฟเวนในบางจุด
- เริ่มมีการตั้งข้อสังเกตการรักษาเขตพื้นที่ไข่แดงในหาดใหญ่ไม่ให้มีน้ำไหลเข้า ขณะที่พื้นที่รอบนอกรองรับน้ำอย่างเต็มที่
- ถนนลพบุรีราเมศวร์ 15 น้ำท่วมสูง ผู้หญิงคนหนึ่งเสี่ยงภัยว่ายน้ำออกมาขอความช่วยเหลือ
- ถนนหน้าบิ๊กซี รถผ่านไม่ได้ มีน้ำท่วมในช่วงขาเข้าและออก น้ำกำลังไหลเข้าสู่ถนนนิพัทธ์สงเคราะห์
- ร้านเคแอน์เค เขต 8 มีผู้ชาย 5-6 คนใช้กระสอบเข้าไปขนของในร้าน
- ศูนย์รับบริจาคขอรับข้าวสุก ที่ใต้ตึกกิจกรรมนักศึกษา เพราะจะสะดวกในการบรรจุกล่อง
- หมู่บ้านไทยเจริญ หมู่บ้านดีแลนด์ น้ำเริ่มเข้าบ้าน สี่แยกท่าเคียนน้ำเริ่มผุดขึ้นจากท่อระบายน้ำ น้ำในอุโมงค์ปริ่มล้นมาถึงหน้าปศุสัตว์
- ให้กำลังใจทหารจากมณฑลทหารบก 42 ที่มาช่วยทำที่กั้นน้ำ
- ที่คูเต่าต้องการน้ำดื่ม และเรืออำนวยความสะดวกในการขนย้าย เดินทางเข้าออกของคนในพื้นที่
- เวลา 10.00 น. เส้นทางเข้าหาดใหญ่จากสงขลา สามารถใช้เส้นทางสายเก่า ถ.กาญจนวนิช มาได้ถึงหน้ามอ.
- มีข้อเสนอให้นำอวนหรือโพงพางขึ้นจากทะเลสาบสงขลา จะช่วยให้การระบายน้ำเร็วขึ้น
- เทศาพัฒนา แจ้งข่าวว่าทางเทศบาลนำข้าวมาส่งในช่วงกลางคืน สถานการณ์น้ำเริ่มลดลงไปประมาณ 10 เซนต์ มีข้อแนะนำให้ทำความสะอาดบ้านโดยใช้น้ำในช่วงน้ำที่ลดลงให้เป็นประโยชน์
- บขส.วิ่งปกติทุกสาย ยกเว้นเส้นทางไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
- ซอย 10 ราษฎร์อุทิศ และชุมชนบ้านพักรถไฟ ต้องการอาหารและน้ำ น้ำท่วมสูงถึง 2 เมตร
- ต้องการเรือนำอาหารไปถวายพระที่วัดโคกสมานคุณ
- มีข้อสังเกตว่าที่ท่าเรือน้ำลึกทำให้น้ำจืดไปค้างในทะเลสาบตรงปากอ่าวไหลออกทะเลไม่ได้ เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำระบายได้ไม่สะดวก
- หลังเมืองใหม่ 5 มีประชาชนประสบเหตุน้ำท่วมอยู่ราวๆ 50 คน
- ซอย 15 โชคสมานน้ำสูงมาก ต้องการความช่วยเหลือด่วน
- รายงานสภาพอากาศ มีฝนโปรยปรายลดพื้นที่ลงมาก ทำให้น้ำลดลงได้เร็วขึ้น แต่ควรระวังน้ำจากเทือกเขาลงมาเสริม ภาคใต้ตอนล่างไม่พบกลุ่มฝน ลมชั้นบนยังพัดแรงอยู่ ท้องฟ้าเปิด มีแดด
- คลื่นลมในทะเลอ่อนตัวลง คลื่นสูง 2 เมตรเป็นอันตรายสำหรับเรือเล็ก
- เวลา 15.00 น. เชิงสะพานเมตตา คลองร. 1 มีน้ำล้นกระจายไปสองข้างทาง ตรงคอสะพานน้ำปริ่มอัดล้นไหลทะลักไปปากทะเลสาบ ปากซอยเพชรเกษม 41
- ชาวบ้านในซอยต่อแพออกมารับอาหารและเครื่องดื่ม ริมถนนเพชรเกษมใกล้สะพานเมตตา มีแม่ค้าพ่อค้าแผงลอยขายของ
- ในซอย 31,32 หลังต๋อมลาบเป็ดน้ำเริ่มลดลงเหลือระดับหัวเข่า ประชาชนต้องการให้จ่ายกระแสไฟฟ้า
- ชุมชนรัตนอุทิศต้องการอาหารและเครื่องดื่มด่วน
- รายงานสภาพอากาศ มีกลุ่มฝนเล็กๆเคลื่อนตัวเร็ว ลักษณะการเกิดกินพื้นที่ไม่กว้าง บริเวณอื่นๆก็เช่นเดียวกัน
- ระดับน้ำในคลองอู่ตะเภาลดลงทุกสถานี แต่บางจุดสูงกว่าระดับวิกฤต ได้แก่ บ้านหาร
ผมลองสรุปสถานการณ์ เท่าที่จะประมวลได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ดังนี้
- น้ำท่วมขัง1-2 เมตร โดยเฉพาะในเขต บางแฟบ เทศาพัฒนา หมู่บ้านลัดดา
- มีความขัดแย้งระหว่างเขตพื้นที่ไข่แดงกับเขตรอบนอก
- มีการลักขโมยสิ่งของในร้านสะดวกซื้อ
- สัตว์เลี้ยงขาดอาหาร
- ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมตัวรับมือน้ำท่วม ไม่มีความคิดพึ่งพาตนเอง ได้แต่รอคอยความช่วยเหลือ
ขณะเดียวกัน มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการระดมกำลังรับมือน้ำท่วม เท่าที่เห็นชัดๆ ก็คือ
- กำลังเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอ
- ขาดจุดประมวลข้อมูลที่เป็นระบบ
- การจอดรถยนต์บนสะพานกีดขวางการทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย
- ไม่มีมาตรการรองรับที่ดีพอสำหรับการแก้ปัญหาวิกฤต หน่วยงานราชการยังต่างคนต่างทำ
- ขาดอุปกรณ์/พาหนะ โดยเฉพาะเรือ เชือก/ห่วงยาง/ร่มชูชีพ/เต็นท์ รถใหญ่
- ขาดอาหารแห้ง/เวชภัณฑ์/นมผง/เครื่องใช้จำเป็น
- การส่งความช่วยเหลือไม่ถึงผู้เดือดร้อนจริงๆ ติดขัดพาหนะรับส่ง
- มีอาหารและเครื่องดื่มแต่ไม่มีเรือหรือรถนำส่งให้ถึงมือผู้เดือดร้อน
ข้อสังเกต
- แนวคิดการแก้ปัญหาของชลประทาน การขุดคลอง ร. 1 หรือโครงการแก้ปัญหาต่างๆเป็นแค่ชะลอปัญหาให้มีการเตรียมรับมือมากกว่าแก้ปัญหา
- ปากอ่าวทะเลสาบสงขลามีท่าเรือน้ำลึกขวางทางออก อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระบายน้ำออกได้ไม่เต็มที่
- สื่อสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีแต่ขาดการทำงานเป็นระบบ ควรประสานกับเครือข่ายวิทยุสมัครเล่น มีผู้รู้วิเคราะห์ข้อมูลนำเสนอเป็นระยะ ในขณะที่เบอร์โทรศัพท์ไม่พอ และควรตรวจสอบข้อมูลการช่วยเหลือว่าได้ดำเนินการจุดใดไปบ้าง ได้ผล/ไม่ได้ผลอย่างไร
ข้อเสนอ (เท่าที่ประมวลจากหลายเวทีรับฟังความเห็นหลังน้ำลด)
- เชิญกลุ่มสถานีวิทยุหลักและวิทยุชุมชนสัมนาเตรียมความพร้อมร่วมกัน
- ขยายผลคู่มือน้ำท่วม เป็นหลักสูตรท้องถิ่น
- เวทีอาสาสมัครช่วยน้ำท่วม ฝึกอบรมเตรียมความพร้อม
- ด้านโรงพยาบาลอยากให้มีการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือท่ามกลางสภาพน้ำท่วม โดยการมีการสำรองยา บุคลากร อุปกรณ์ ระบบการสื่อสาร ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน ให้มีสื่อกลางระหว่างโรงพยาบาลกับชุมชน
- การวางแผนระบบการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ทุกองค์กร ทุกฝ่าย จะต้องร่วมมือกันในการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็น ประชาชน อาสาสมัคร อบต.อปท.ส่วนราชการ เยาวชน ธุรกิจเอกชน สื่อมวลชน สถาบันอื่นๆ และทุกฝ่ายต้องมีความในการแก้ไขปัญหา แก้ปัญหาอย่างบูรณาการ มีแผนฉุกเฉินทั้งระบบ เข้าสู่นโยบายสาธารณะ และอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล
- นโยบายรัฐส่วนกลางแก้ปัญหาถนนที่สร้างขวางทางน้ำ เช่น ถ.ลพบุรีราเมศวรถ์
- นอกจากจุดช่วยเหลือทางราชการแล้วภาคประชาชนควรมีศูนย์ย่อยกระจายตัวไปทุกจุด ไม่จำกัดสถานที่และบุคลากร และมีการอบรมอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างจริงจัง มีการเชื่อมต่อข้อมูล ใช้กลไกอิสระที่ประสานความร่วมมือระหว่าง สื่อ นักวิชาการ เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น อาสาสมัคร รวมตัวกันแก้ปัญหา และแต่ละศูนย์มีอุปกรณ์ช่วยเหลือประจำศูนย์
- การให้ความช่วยเหลือ ข้าวเหนียวไก่ทอดใส่ถุงดีกว่าข้าวกล่อง อย่าลุยน้ำด้วยเท้าเปล่า และควรลำดับความสำคัญ/ประเภทของอาหาร เครื่องดื่ม เวชภัณฑ์ ของใช้ตามลำดับเวลาของน้ำท่วม
- มีมาตรการทางกฏหมายควบคุมคนฉวยโอกาสลักขโมย
